...รักคือความสดชื่น สดใส...
...รักคือความสุขใจ...
...รักคือความเข้าใจ...
...รักคือความห่วงใย...
...รักคือความปรารถนา...
...รักคือการได้เป็นเจ้าของ ได้ครอบครอง...
...รักคือความหวงแหน...
...รักคือความหึงหวง...
...รักคือความหวาดระแวง...
...รักคือการแย่งชิง...
...รักคือความแตกร้าว...
...เท่านี้หรือคือความรัก? ...
เมื่อมีรักก็น่าจะมีสุข แต่ทำไมถึงมีทุกข์ด้วย ? ทำไมมีรัก แล้วจึงมีทุกข์?
ความรักในความรู้สึกของคนทั่วๆไป เป็นความรักที่อยากได้เขามาทำให้ตัวเป็นสุข เป็นความรักที่คิดจะเอาจากผู้อื่น เมื่อในจิตใจมีความรู้สึกอันนี้อยู่ ก็ทำให้เกิดปัญหาตามมาคือ ความหึงหวง มีการยึดถือเป็นของตัว ต้องการครอบครองเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว ไม่ต้องการให้ใครอื่นมายุ่งเกี่ยวหรือแม้แต่ได้รับความเอาใจใส่ ความรักอย่างนี้ เรียกว่า "ความรักแบบเห็นแก่ตัว" ซึ่งคับแคบจึงเป็นต้นเหตุ ให้ความทุกข์ใจเกิดขึ้น
แล้วรักอย่างไรจึงจะมีความสุข ?
ยังมีความรักอีกแบบหนึ่ง เป็นความรักที่อยากเห็นคนที่เรารักนั้นมีความสุข เมื่ออยากให้เขาสุข ย่อมพร้อมที่จะทำให้เขาเป็นสุข และเมื่อเห็นเขามีความสุขสมใจเราแล้ว เราก็ย่อมเป็นสุขด้วย ความรักอย่างนี้ เรียกว่า "ความรักแบบเมตตา" เปรียบดังความรักของพ่อแม่ที่อยากเห็นลูกๆมีความสุข พอทำให้ลูกเป็นสุขได้ พ่อแม่ก็มีความสุขตามไปด้วย นี่คือความหมายที่แท้จริงของ "ความรัก" และเป็นความรักแท้ที่ยั่งยืน
แล้วจะทำอย่างไรจึงจะมีความรักที่แท้ได้ ?
แน่นอนที่คนเราทุกคนยังมีความรักแบบเห็นแก่ตัวอยู่เป็นธรรมดา แต่ถ้าเราอยู่แค่นั้น ก็ต้องเจอความแตกร้าวและจบลงด้วยทุกข์แน่ๆ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมีความรักแบบเมตตา เข้ามาเสริม เข้ามาคุมความรักแบบแรก เพื่อให้ความรักนั้นมีการพัฒนาและประณีตงดงามยิ่งขึ้น ถ้าเราสามารถพัฒนาความรักแบบเมตตาให้เข้ามาแทนที่ความรักแบบเห็นแก่ตัวได้มากเท่าไหร่ เราก็จะมีความสุขกับความรักที่แท้ได้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น
ถึงตอนนี้...ลองถามตัวเองดูซิว่าถ้าคนที่เรารักไม่สามารถตอบสนองความสุขให้เราได้แล้วล่ะก็ เราจะยังรักเขาอยู่หรือเปล่า ?
[สาระจาก ความรัก จากวาเลนไทน์ สู่ความเป็นไทย โดย พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตโต)]
แล้วถ้าว่างเมื่อไหร่มาเที่ยวกินข้าวเย็นกันอีกนะ